หอยตลับมีกลไกการดำรงชีวิตผ่านกระบวนการกรองกินอาหารและการแลกเปลี่ยนก๊าซผ่านเหงือกที่มีประสิทธิภาพ

ซึ่งกระบวนการทางสรีรวิทยาเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง

ร่างกายของหอย
ทำงานยังไง ?

วิดีโอ: Pud.(2566)

โครงสร้างภายในหอยตลับ

หอยตลับ มีโครงสร้างภายในที่พัฒนาเพื่อการดำรงชีวิตในแหล่งที่อยู่

โครงสร้างภายในของหอยตลับแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการทำงานระบบต่างๆ

โครงสร้างภายนอกหอยตลับ

โครงสร้างภายนอกของหอยตลับประกอบด้วยเปลือกที่มีความแข็งแรงและหนา

ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการปกป้องอวัยวะภายในจากสภาพแวดล้อมและผู้ล่าในระบบนิเวศชายฝั่ง

แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม

รูปร่าง

รูปร่าง

เปลือกมีลักษณะค่อนข้างหนา เป็นรูปสามเหลี่ยมมน หรือรูปไข่ ผิวเปลือกเรียบเป็นมัน มีเส้นการเจริญเติบโตปรากฏให้เห็นชัดเจน

ขนาด

ขนาด

ขนาดที่พบมีความหลากหลายตามพื้นที่ โดยมีขนาดความยาวเปลือกตั้งแต่ ช่วง 2.8 - 6 เซนติเมตร

ลวดลาย

ลวดลาย

มีความแปรผันสูงมาก ตั้งแต่สีขาว ครีม น้ำตาลอ่อน จนถึงน้ำตาลเข้ม บางตัวมีลวดลายเส้นซิกแซก หรือมีแถบสีเข้มบริเวณขอบเปลือกด้านท้าย

เปลือก

เปลือก

เป็นหอยสองฝา มีบานพับเปลือกที่แข็งแรง และมีฟันบนบานพับ เพื่อช่วยในการสบกันของเปลือก มีลักษณะเฉพาะที่ใช้จำแนกชนิดพันธุ์ได้

ระยะพัฒนาการของ
อวัยวะสืบพันธุ์ของหอยตลับ

อวัยวะเพศจะอยู่ในส่วนที่เรียกว่า Visceral mass โดยอยู่ระหว่างอวัยวะภายในกับผนังลำตัว
อวัยวะเพศส่วนนี้จะไม่แสดงให้เห็นว่าเป็นเพศใดเพศหนึ่งแต่จะเป็นสีขาวเหมือนกันทั้ง 2 เพศ
หอยตลับที่มีความยาวตั้งแต่ 2.25 เซนติเมตรขึ้นไป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเซลล์อวัยวะเพศ

การพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์ของหอยตลับ
แบ่งออกเป็น 6 ระยะ ดังนี้:

วงจรการสืบพันธุ์

เมื่อหอยตลับเริ่มพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์จนถึงช่วงฤดูสืบพันธุ์
โดยหอยตลับเพศผู้และเพศเมียปล่อยสเปิร์มและไข่ลงสู่น้ำทะเล เกิดการปฏิสนธิกันจนกลายเป็นไซโกต

วงจรการสืบพันธุ์
โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้:

ระยะที่ 1
ระยะตัวอ่อนระยะแรก (Trochophore)
จุดเด่น: มีลักษณะเป็นเซลล์กลมๆ ขนาดเล็กมาก
เวลา: เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 6 – 12 ชั่วโมงเท่านั้น
ระยะที่ 2
ระยะตัวอ่อนเริ่มมีเปลือก (Veliger)
ลูกหอยจะเริ่มมีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดขึ้น แบ่งเป็น 2 ช่วง:
ช่วงเปลือกบาง (Prodissoconch I):
          มีเปลือกบางใส และมีอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า “เวลำ” (Velum) ลักษณะคล้ายขนฟูๆ ใช้สำหรับว่ายน้ำและช่วยโบกพัดอาหารเข้าปาก (ใช้เวลา 1-2 วัน)
ช่วงเปลือกชัด (Prodissoconch II):
          เปลือกจะหนาขึ้นและเริ่มเห็นรูปทรงของหอยชัดเจนขึ้น มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยยังคงใช้ “เวลำ” ในการว่ายน้ำหาอาหาร (ใช้เวลา 5-10 วัน)
ระยะที่ 3
ระยะเตรียมลงเกาะ (Pediveliger)
จุดเด่น: เป็นระยะสำคัญที่ลูกหอยเริ่มสร้าง “เท้า”
พฤติกรรม: ลูกหอยจะเริ่มมองหา “ที่อยู่อาศัย” ที่เหมาะสม โดยใช้เท้าช่วยในการเคลื่อนที่และเลือกจุดที่จะฝังตัว (ใช้เวลา 1-2 วัน)
ระยะที่ 4
ระยะลงพื้นหรือ “หอยจิ๋ว” (Spat)
จุดเด่น: เมื่อได้ทำเล ลูกหอยจะสลัดขนที่ใช้ว่ายน้ำทิ้ง แล้วฝังตัวลงในพื้นทราย
การเปลี่ยนแปลง: เปลือกจะเริ่มแข็งแรงขึ้นมาก และอวัยวะภายในต่างๆ จะเริ่มทำงานได้เหมือนหอยตัวเต็มวัย
ระยะที่ 5
ระยะวัยรุ่นสู่ตัวเต็มวัย (Juvenile to Adult)
          หอยจิ๋ว (Spat) จะค่อยๆ โตเป็นหอยวัยรุ่น (Juvenile) และในที่สุดจะกลายเป็นตัวเต็มวัย (Adult) ที่มีระบบสืบพันธุ์สมบูรณ์ พร้อมที่จะเริ่มวงจรชีวิตใหม่อีกครั้งเมื่อถึงฤดูกาล

ภาพ : ระยะการพัฒนาของตัวอ่อนหอยตลับ Meretrix lyrata

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสืบพันธุ์

แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม

ฤดูกาล

ฤดูกาล

ช่วง มิถุนายน – กันยายน (ฤดูฝน) เป็นช่วงพีคของการสืบพันธุ์

อาหาร

อาหาร

แพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นอาหารหลัก หอยจะสะสมพลังงานในรูป ไกลโคเจน เพื่อใช้ในการพัฒนาเนื้อเยื่อสืบพันธุ์ให้สมบูรณ์

อุณหภูมิ

อุณหภูมิ

เป็นตัวกำหนดเพศ โดยทำงานร่วมกับระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนภายในตัวหอย เพื่อระบุว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย

ความเค็ม

ความเค็ม

ส่งผลโดยตรงต่อ ระบบเมตาบอลิซึม ทั้งการกิน การย่อย การหายใจ และการขับถ่าย หากความเค็มไม่เหมาะสมจะทำให้หอยเกิดความเครียดและกระทบต่อวงจรการวางไข่

อายุเฉลี่ย

การเจริญเติบโต

หอยตลับมีการเติบโตที่สัมพันธ์กับปริมาณอาหารและสภาพแวดล้อม

โดยเฉพาะในช่วงปีแรกจะมีการเพิ่มขนาดความยาวเปลือกอย่างรวดเร็ว

อายุเฉลี่ย

ประชากรส่วนใหญ่ในธรรมชาติและแหล่งประมง มีอายุเฉลี่ยประมาณ 2-4 ปี

โดยขนาดที่เหมาะสมในการสืบพันธุ์มักจะเริ่มที่อายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป

ลักษณะที่อยู่อาศัย

พื้นที่อาศัย

หอยตลับสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในพื้นที่พื้นทราย พื้นทรายปนโคลน

พื้นโคลน และบริเวณปากแม่น้ำในเขตน้ำขึ้น–น้ำลง

พื้นทรายและทรายปนโคลนเหมาะสมต่อการฝังตัวของหอยตลับมากที่สุด

ระดับความลึก

มักฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายหรือโคลน

ในระดับความลึกประมาณ 5–10 เซนติเมตร

ซึ่งเป็นระดับที่เอื้อต่อการกรองอาหารและการหลีกเลี่ยงศัตรูตามธรรมชาติ

Scroll to Top