ด้านเศรษฐกิจ
สถานการณ์โดยรวม ปี 2568
ขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนแก่คนในพื้นที่
ในปี 2568 สถานการณ์หอยตลับในไทยยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยกรมประมงให้ความสนใจทั้ง ด้านการอนุรักษ์ การประมง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
อ่าวไทยตอนใน
อ่าวไทยรูปตัว ก
จังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งสำคัญ โดยข้อมูลปี 2568 ระบุว่ามีพื้นที่เพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำประเภทหอยสองฝา
(หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยตลับ)
รวมกว่า 9,045 ไร่
อ่าวไทยตอนกลาง
เพชรบุรี
บริเวณ แหลมผักเบี้ย และ หาดชะอำ
เป็นแหล่งงมหอยตลับตามธรรมชาติที่สำคัญ ในปี 2568 มีการจัดงาน
“เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 24” (กุมภาพันธ์/กันยายน 2568)
เพื่อส่งเสริมการบริโภคหอยท้องถิ่น
ประจวบคีรีขันธ์
มีการประกาศเขต “อนุรักษ์พันธุ์หอยตลับ/หอยแครง”
ในพื้นที่บ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรไม่ให้ถูกจับจนเกินขนาด
อ่าวไทยตอนล่าง
สุราษฎร์ธานี
พื้นที่ อ่าวบ้านดอน ยังคงเป็นศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงหอยทะเลขนาดใหญ่
โดยในปี 2568 รัฐบาลได้เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์การปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ (ขนำเฝ้าคอกหอย)
จัดระเบียบพื้นที่เพาะเลี้ยง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
82,400 ไร่
สถานการณ์เศรษฐกิจหอยตลับ: ตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ตลาดในประเทศ
บทบาททางเศรษฐกิจ
หอยตลับ เป็นสินค้าเศรษฐกิจชุมชนที่สำคัญในบริเวณอ่าวไทย
โดยเฉพาะในร้านอาหารทะเลและตลาดสดในจังหวัดชายทะเล เช่น ชลบุรี ระยอง สมุทรสงคราม
แนวโน้มราคา
60 - 120 บาท/กก.
ราคาขายปลีกในประเทศมีความผันผวนตามฤดูกาลราคาจะขยับตัวสูงขึ้นประมาณ 15-20% เนื่องจากปริมาณการจับจากธรรมชาติลดลง
ตลาดต่างประเทศ
การขยายตัว
ตลาดหอยสองฝาทั่วโลก ในปี 2568
มีมูลค่าประมาณ
24.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องปีละ 4.2%
จนถึงปี 2577
ตลาดเป้าหมาย
ผู้บริโภคหลัก
ประเทศจีนและเอเชียแปซิฟิก
ขณะที่ตลาดยุโรปเริ่มเปิดรับสินค้าจากไทยมากขึ้นหลังจากการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยฉบับใหม่
แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาด ปี 2569
การคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม “หอยตลับและหอยสองฝา” ในปี 2569
เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเนื่องจากเศรษฐกิจภาพรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสใหม่ๆ จากมาตรฐานการค้าโลกที่เปลี่ยนไป
แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม
การเติบโตชะลอตัว
การเติบโตชะลอตัว
โอกาสในตลาดโลก
โอกาสในตลาดโลก
การปรับตัวสู่ Net Zero
การปรับตัวสู่ Net Zero
ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่
40 - 130 บาท/กก.
ราคาหอยตลับและหอยสองฝาในประเทศ
จะทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนพลังงานและการขนส่ง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
สถานการณ์หอยตลับยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด
โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการแข่งขัน
สิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางน้ำ
อาจส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงหอยตลับ
การจัดการทรัพยากร
การควบคุมการจับหอยในธรรมชาติ
การส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งหอยตลับตามธรรมชาติ
ตลาดต่างประเทศ
การปรับตัวเข้ากับมาตรฐาน
ความปลอดภัยทางชีวภาพของตลาดโลก
ด้านประมงพื้นบ้าน
การกระจายพันธุ์ของหอยตลับบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยมีความสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชนชายฝั่ง เนื่องจากพื้นที่ที่พบหอยตลับมักเป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้าน
ชาวประมงในท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการเก็บเกี่ยวและใช้ประโยชน์จากหอยตลับ ซึ่งสะท้อนถึงความพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติระหว่างมนุษย์และระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
วิถีชาวเล:
ㅤคราดหอยตลับ
วิดีโอ: Thai PBS. (2565)
ชายหาดที่เป็นมากกว่า
แหล่งท่องเที่ยว
พื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณตั้งแต่ชายหาดปราณบุรี หัวเขากะโหลก ไปจนถึงชายหาดสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน
ภูมิปัญญาและเครื่องมือประมงพื้นบ้าน
หัวใจของการประมงหอยตลับแบบพื้นบ้าน คือการพึ่งพาเครื่องมือง่ายๆ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และอาศัยความชำนาญของบุคคลเป็นหลัก
แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม
เครื่องมือ "คราดมือ"
ทักษะการฟังเสียง
ช่วงเวลาน้ำลด
ระบบเศรษฐกิจชุมชน
การคัดเกรดและการสร้างรายได้
หอยตลับเปรียบเสมือน “เงินหน้าหาด” ของชุมชน เนื่องจากมีความต้องการของตลาดสูงและมีความสม่ำเสมอ
หอยตลับจะถูกคัดแยกตามขนาดและมีราคาที่แตกต่างกัน
ขนาดใหญ่
130
บาท/กิโลกรัม
สำหรับส่งขายร้านอาหารขนาดใหญ่
ขนาดกลาง
70
บาท/กิโลกรัม
สำหรับขายในตลาดท้องถิ่น
ขนาดเล็ก
40
บาท/กิโลกรัม
สำหรับขายในตลาดท้องถิ่น
ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น: จุดเด่นของประมงชนิดนี้คือไม่ต้องมีการขนส่งที่ซับซ้อน
พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงชายหาดหรือส่งตรงเข้าสู่ร้านอาหารริมทะเลในพื้นที่ทันที ทำให้ผู้บริโภคได้รับวัตถุดิบที่สดใหม่ และสร้างเงินหมุนเวียนในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
วิถีชีวิตและความผูกพัน
การเก็บหอยตลับไม่ใช่เพียงอาชีพหลักสำหรับบางคน แต่เป็น “Safety Net” หรือตาข่ายรองรับทางสังคมของคนในชุมชนชายฝั่ง
อาชีพเสริมที่พึ่งพาได้
หอยตลับจะกลายเป็นรายได้สำรอง
ที่ช่วยพยุงฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว
การเรียนรู้จากประสบการณ์
กิจกรรมนี้มักทำกันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว
เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้วิถี
ครัวของชุมชน
หอยตลับเป็นโปรตีนคุณภาพสูง
ที่หาได้ฟรีสำหรับคนในพื้นที่
วิถีประมงพื้นบ้านในการเก็บหอยตลับ
เป็นตัวอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (Blue Economy) ความรู้และภูมิปัญญาในการคัดเลือกขนาดหอยและการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ แต่ยังเป็นการสร้างกลไกการพึ่งพาตนเองที่ทำให้ชุมชนชายฝั่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล
ด้านอาหาร
คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ
หอยตลับจัดเป็น “Superfood” แห่งท้องทะเล
แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง
100 k. เท่ากับ 70 kcal .
โปรตีนย่อยง่าย มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ธาตุเหล็ก
มีธาตุเหล็กสูงมาก ช่วยบำรุงผิวพรรณ
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันภาวะโลหิตจาง
วิตามินบี 12
มีวิตามินบี 12 ในระดับที่สูงกว่าเนื้อสัตว์
หลายชนิด ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
ธาตุสังกะสี
ช่วยสนับสนุน ระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการสมานแผล ในร่างกาย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลิตเอนไซม์และฮอร์โมน
ธาตุซีลีเนียม
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย สนับสนุนการทำงานของ ต่อมไทรอยด์ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
กรดไขมันโอเมก้า-3
เป็นกรดไขมัน EPA และ DHA
ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และบำรุงหัวใจ เสริมการทำงานของสมอง ลดการอักเสบ
เอกลักษณ์ทางรสชาติ: "รสอูมามิ (Umami)"
รสอูมามิจากหอยตลับช่วยกระตุ้นน้ำลาย ซึ่งช่วยให้การรับรู้รสชาติอาหารโดยรวมดีขึ้น
กรดอะมิโนตามธรรมชาติ
เนื้อหอยตลับมีกรดกลูตามิก และไกลซีนสูง
เมื่อได้รับความร้อน หอยจะพ่นน้ำออกจากตัวน้ำนี้คือ “น้ำซุปธรรมชาติ”
ที่มีความเค็มอ่อนๆ และความหวานเข้มข้น
เนื้อสัมผัส
เนื้อหอยต้องดูอิ่มน้ำ ไม่เหี่ยวแห้งหรือดูยุ่ย
เมื่อลองกดเบาๆ เนื้อควรจะคืนตัวได้ดี
เนื้อหอยตลับควรมีสีขาวอมครีม ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นคาวอ่อนๆ ของน้ำทะเล
เมนูสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและสากล
หอยตลับสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายรูปแบบ โดยมีหลักการสำคัญคือ “การใช้ความร้อนในระยะเวลาที่เหมาะสม” เพื่อไม่ให้เนื้อหอยหดตัวและเหนียว
คำแนะนำ: ควรบริโภคหอยตลับที่ปรุงสุก และมาจากแหล่งที่สะอาดได้มาตรฐาน
หอยตลับลวกจิ้ม
เมนูพื้นฐานที่พบได้ทั่วไปในชุมชนชายฝั่ง นำหอยตลับสดมาลวกจนสุกและรับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสจัด การปรุงอย่างเรียบง่ายช่วยคงรสชาติธรรมชาติและคุณค่าทางโภชนาการของหอยตลับ
คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับลวกจิ้ม
ส่วนผสม
- หอยตลับสด 500 กรัม
- น้ำสะอาด สำหรับลวก
- ส่วนผสมน้ำจิ้มซีฟู้ด: พริกขี้หนู (ตามชอบ), กระเทียม 5-6 กลีบ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลเล็กน้อย, รากผักชี (ถ้ามี)
วิธีปรุง
- ล้างหอยตลับให้สะอาด: แช่น้ำเกลือเพื่อให้คายทรายประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
- ทำน้ำจิ้มซีฟู้ด: โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลตามชอบ พักใส่ถ้วยเตรียมไว้
- ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดจนเดือดจัด ใส่หอยตลับลงไปลวกจนเปลือกเริ่มเปิด (ประมาณ 1-2 นาที)
- จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด
- แหล่งข้อมูล : wongnai (2560)
หอยตลับผัดน้ำพริกเผา
เมนูยอดนิยม นำหอยตลับมาผัดกับน้ำพริกเผา พริก กระเทียม และสมุนไพรไทย เช่น ใบโหระพาหรือใบกะเพรา สะท้อนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างกลมกลืน
คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับผัดน้ำพริกเผา
ส่วนผสม
- หอยตลับ 500 กรัม
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกสดซอย (ตามชอบ)
- ใบโหระพา หรือใบกะเพรา
- เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำตาลเล็กน้อย, น้ำมันพืช
วิธีปรุง
- เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจนเริ่มมีกลิ่นหอม
- ผัดเครื่องแกง: ใส่น้ำพริกเผาลงไปผัดกับกระเทียมจนแตกมันและมีสีสวย
- ผัดหอยตลับ: ใส่หอยตลับลงไป เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลทรายตามชอบ
- ใส่สมุนไพร: เมื่อหอยเริ่มอ้าฝา ให้ใส่พริกสดซอยและใบโหระพา (หรือใบกะเพรา) ลงไป ผัดให้เข้ากันพอผักสลด
- จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน รับประทานร้อนๆ คู่กับข้าวสวย
- แหล่งข้อมูล : cooking.kapook (2566)
ผัดฉ่าหอยตลับ
เมนูรสจัดที่ใช้สมุนไพรหลากหลาย เช่น กระชาย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูด พบได้ในพื้นที่ชายฝั่งและร้านอาหารพื้นบ้าน แสดงถึงการประยุกต์ใช้เครื่องเทศไทยอย่างเข้มข้น
คลิกเพื่อดูสูตร : ผัดฉ่าหอยตลับ
ส่วนผสม
- หอยตลับ 500 กรัม
- กระชายซอย
- พริกไทยอ่อน
- ใบมะกรูดฉีก
- พริกสด และ กระเทียม
- เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำมันพืช
วิธีปรุง
- เตรียมเครื่องผัด: นำพริกสดและกระเทียมมาโขลกพอหยาบเตรียมไว้
- ผัดเครื่องให้หอม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำพริกกระเทียมที่โขลกไว้ลงไปผัดจนมีกลิ่นหอมระอุ
- ผัดหอยตลับ: ใส่หอยตลับลงไปในกระทะ ผัดด้วยไฟแรงจนหอยเริ่มสุกและฝาเริ่มอ้า
- ใส่สมุนไพรผัดฉ่า: ใส่กระชายซอย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูดฉีกลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ ผัดเร็วๆ ให้เข้ากันจนสมุนไพรส่งกลิ่นหอม
- จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน รับประทานร้อนๆ จะได้รสชาติเผ็ดร้อนจากสมุนไพรไทย
- แหล่งข้อมูล : cookpad (2562)
ซุปมิโซะหอยตลับ
เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ประยุกต์ใช้หอยตลับแทนหอยลาย นิยมในร้านอาหารญี่ปุ่น เน้นรสชาติอ่อนกลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการ
คลิกเพื่อดูสูตร : ซุปมิโซะหอยตลับ
ส่วนผสม
- หอยตลับ 300 กรัม
- มิโซะ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุปดาชิ
- เต้าหู้หั่นเต๋า
- ต้นหอมซอย
วิธีปรุง
- ต้มน้ำซุป: ตั้งน้ำซุปดาชิให้เดือด ใส่หอยตลับลงไปต้มจนเปลือกหอยเริ่มอ้าออก
- ใส่เครื่องซุป: ใส่เต้าหู้หั่นเต๋าลงไป จากนั้นลดไฟลงเพื่อเตรียมใส่มิโซะ
- ละลายมิโซะ: ตักมิโซะใส่ตะแกรงหรือถ้วยแบ่ง ค่อยๆ ละลายกับน้ำซุปจนหมด แล้วคนให้เข้ากัน (ไม่ควรต้มมิโซะจนเดือดจัดเพราะจะเสียรสชาติและกลิ่นหอม)
- จัดเสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอมซอยก่อนเสิร์ฟขณะร้อนๆ
- แหล่งข้อมูล : wongnai (2567)
หอยตลับผัดเนยกระเทียม
เมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบตะวันตกกับอาหารทะเลไทย รสชาติหอมมันจากเนยและกระเทียม เหมาะสำหรับร้านอาหารหรือเมนูรับประทานง่าย
คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับผัดเนยกระเทียม
ส่วนผสม
- หอยตลับ 500 กรัม
- เนยสด (ชนิดเค็มหรือจืดตามชอบ) 30 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด
- พริกไทยดำป่น
- เกลือเล็กน้อย
- พาร์สลีย์สับ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีปรุง
- ผัดเนยกระเทียม: ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อนถึงกลาง ใส่เนยลงไปพอละลาย จากนั้นใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนเหลืองหอม
- ผัดหอยตลับ: เร่งไฟขึ้นเล็กน้อย ใส่หอยตลับลงไปผัดคลุกเคล้ากับเนยกระเทียมจนหอยเริ่มสุกและอ้าฝาออก
- ปรุงรส: ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำตามชอบ (หากใช้เนยเค็มควรระวังปริมาณเกลือ)
- จัดเสิร์ฟ: โรยด้วยพาร์สลีย์สับเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและสีสัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
- แหล่งข้อมูล : wongnai (2563)
