ด้านเศรษฐกิจ

สถานการณ์โดยรวม ปี 2568

ขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนแก่คนในพื้นที่

ในปี 2568 สถานการณ์หอยตลับในไทยยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยกรมประมงให้ความสนใจทั้ง ด้านการอนุรักษ์ การประมง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

สถานการณ์เศรษฐกิจหอยตลับ: ตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ตลาดในประเทศ

บทบาททางเศรษฐกิจ

หอยตลับ เป็นสินค้าเศรษฐกิจชุมชนที่สำคัญในบริเวณอ่าวไทย

โดยเฉพาะในร้านอาหารทะเลและตลาดสดในจังหวัดชายทะเล เช่น ชลบุรี ระยอง สมุทรสงคราม

แนวโน้มราคา

60 - 120 บาท/กก.

ราคาขายปลีกในประเทศมีความผันผวนตามฤดูกาลราคาจะขยับตัวสูงขึ้นประมาณ 15-20% เนื่องจากปริมาณการจับจากธรรมชาติลดลง

ตลาดต่างประเทศ

การขยายตัว

ตลาดหอยสองฝาทั่วโลก ในปี 2568

มีมูลค่าประมาณ

24.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องปีละ 4.2%

จนถึงปี 2577

ตลาดเป้าหมาย

ผู้บริโภคหลัก

ประเทศจีนและเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่ตลาดยุโรปเริ่มเปิดรับสินค้าจากไทยมากขึ้นหลังจากการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยฉบับใหม่

แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาด ปี 2569

การคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม “หอยตลับและหอยสองฝา”  ในปี 2569

เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเนื่องจากเศรษฐกิจภาพรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสใหม่ๆ จากมาตรฐานการค้าโลกที่เปลี่ยนไป

แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม

การเติบโตชะลอตัว

การเติบโตชะลอตัว

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันและกระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่า GDP ไทยในปี 2569 จะเติบโตต่ำกว่า 2% (ประมาณ 1.6% - 2.0%) ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศค่อนข้างตึงตัวผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกซื้อโปรตีนที่ราคาคุ้มค่า

โอกาสในตลาดโลก

โอกาสในตลาดโลก

แม้เศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัวแต่ตลาดหอยสองฝาโลก ถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวไปถึง 28.39 - 30.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการ “อาหารเพื่อสุขภาพ” และ “โปรตีนที่ยั่งยืน” ในแถบเอเชียแปซิฟิกและยุโรป

การปรับตัวสู่ Net Zero

การปรับตัวสู่ Net Zero

ในปี 2569 ผู้เพาะเลี้ยงหอยจะเริ่มถูกกดดันด้วยมาตรการความยั่งยืน (ESG) และกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าและการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน (EUDR) ซึ่งจะทำให้ “หอยสองฝา” ที่เลี้ยงในระบบอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น แปลงใหญ่ มีความได้เปรียบทางการค้าสูงกว่าหอยที่จับจากธรรมชาติโดยไม่มีการควบคุม

ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่

40 - 130 บาท/กก.

ราคาหอยตลับและหอยสองฝาในประเทศ

จะทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนพลังงานและการขนส่ง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

สถานการณ์หอยตลับยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการแข่งขัน

สิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางน้ำ

อาจส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงหอยตลับ

การจัดการทรัพยากร

การควบคุมการจับหอยในธรรมชาติ

การส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งหอยตลับตามธรรมชาติ

ตลาดต่างประเทศ

การปรับตัวเข้ากับมาตรฐาน

ความปลอดภัยทางชีวภาพของตลาดโลก

ด้านประมงพื้นบ้าน

การกระจายพันธุ์ของหอยตลับบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยมีความสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชนชายฝั่ง เนื่องจากพื้นที่ที่พบหอยตลับมักเป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้าน
ชาวประมงในท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการเก็บเกี่ยวและใช้ประโยชน์จากหอยตลับ ซึ่งสะท้อนถึงความพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติระหว่างมนุษย์และระบบนิเวศชายฝั่งทะเล

วิถีชาวเล:
ㅤคราดหอยตลับ

วิดีโอ: Thai PBS. (2565)

ชายหาดที่เป็นมากกว่า
แหล่งท่องเที่ยว

พื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณตั้งแต่ชายหาดปราณบุรี หัวเขากะโหลก ไปจนถึงชายหาดสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน

ภูมิปัญญาและเครื่องมือประมงพื้นบ้าน

หัวใจของการประมงหอยตลับแบบพื้นบ้าน คือการพึ่งพาเครื่องมือง่ายๆ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และอาศัยความชำนาญของบุคคลเป็นหลัก

แตะที่ภาพเพื่ออ่านเพิ่มเติม

เครื่องมือ "คราดมือ"

ชาวบ้านจะใช้อุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เรียกว่า “คราดหอย” ซึ่งมีลักษณะเป็นซี่เหล็กห่างๆ ออกแบบมาให้เหมาะกับการขูดลงบนผิวทรายโดยไม่ทำลายโครงสร้างดินชั้นลึก เครื่องมือนี้แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการคัดเลือกขนาดหอย เพราะลูกหอยตัวเล็กจะลอดผ่านซี่คราดไปได้เอง เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรโดยธรรมชาติ

ทักษะการฟังเสียง

ทักษะการฟังเสียง ความชำนาญที่น่าทึ่งของชาวประมงคือการระบุตำแหน่งหอยผ่าน “เสียง” ในขณะที่ลากคราดไปตามพื้นทรายใต้น้ำตื้น ชาวบ้านจะอาศัยความรู้สึกสั่นสะเทือนและเสียง “แกร๊ก” ที่กระทบซี่คราด เพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่างหอยตลับกับก้อนหินหรือเศษเปลือกหอย

ช่วงเวลาน้ำลด

การทำประมงหอยตลับมีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่เคร่งครัด โดยจะทำได้เฉพาะในช่วงที่ “น้ำลงต่ำสุด” (Low Tide) เท่านั้น ซึ่งในแต่ละวันจะมีเวลาเก็บหอยเพียงประมาณ 2- 3 ชั่วโมง หาก"น้ำเริ่มขึ้น" (High Tide) ชาวบ้านจะต้องหยุดการเก็บทันทีเพื่อความปลอดภัยและข้อจำกัดของอุปกรณ์

ระบบเศรษฐกิจชุมชน

การคัดเกรดและการสร้างรายได้

หอยตลับเปรียบเสมือน “เงินหน้าหาด” ของชุมชน เนื่องจากมีความต้องการของตลาดสูงและมีความสม่ำเสมอ

หอยตลับจะถูกคัดแยกตามขนาดและมีราคาที่แตกต่างกัน

ขนาดใหญ่

130

บาท/กิโลกรัม

สำหรับส่งขายร้านอาหารขนาดใหญ่

ขนาดกลาง

70

บาท/กิโลกรัม

สำหรับขายในตลาดท้องถิ่น

ขนาดเล็ก

40

บาท/กิโลกรัม

สำหรับขายในตลาดท้องถิ่น

ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น: จุดเด่นของประมงชนิดนี้คือไม่ต้องมีการขนส่งที่ซับซ้อน

พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงชายหาดหรือส่งตรงเข้าสู่ร้านอาหารริมทะเลในพื้นที่ทันที ทำให้ผู้บริโภคได้รับวัตถุดิบที่สดใหม่ และสร้างเงินหมุนเวียนในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

วิถีชีวิตและความผูกพัน

การเก็บหอยตลับไม่ใช่เพียงอาชีพหลักสำหรับบางคน แต่เป็น “Safety Net” หรือตาข่ายรองรับทางสังคมของคนในชุมชนชายฝั่ง

อาชีพเสริมที่พึ่งพาได้

หอยตลับจะกลายเป็นรายได้สำรอง
ที่ช่วยพยุงฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว

การเรียนรู้จากประสบการณ์

กิจกรรมนี้มักทำกันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว

เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้วิถี

ครัวของชุมชน

หอยตลับเป็นโปรตีนคุณภาพสูง

ที่หาได้ฟรีสำหรับคนในพื้นที่

วิถีประมงพื้นบ้านในการเก็บหอยตลับ

เป็นตัวอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (Blue Economy) ความรู้และภูมิปัญญาในการคัดเลือกขนาดหอยและการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ แต่ยังเป็นการสร้างกลไกการพึ่งพาตนเองที่ทำให้ชุมชนชายฝั่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

ด้านอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ

หอยตลับจัดเป็น “Superfood” แห่งท้องทะเล

แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง

100 k. เท่ากับ 70 kcal .

โปรตีนย่อยง่าย มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ธาตุเหล็ก

มีธาตุเหล็กสูงมาก ช่วยบำรุงผิวพรรณ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันภาวะโลหิตจาง

วิตามินบี 12

มีวิตามินบี 12 ในระดับที่สูงกว่าเนื้อสัตว์

หลายชนิด ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

ธาตุสังกะสี

ช่วยสนับสนุน ระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการสมานแผล ในร่างกาย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลิตเอนไซม์และฮอร์โมน

ธาตุซีลีเนียม

มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย สนับสนุนการทำงานของ ต่อมไทรอยด์ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

กรดไขมันโอเมก้า-3

เป็นกรดไขมัน EPA และ DHA

ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และบำรุงหัวใจ เสริมการทำงานของสมอง ลดการอักเสบ

เอกลักษณ์ทางรสชาติ: "รสอูมามิ (Umami)"

รสอูมามิจากหอยตลับช่วยกระตุ้นน้ำลาย ซึ่งช่วยให้การรับรู้รสชาติอาหารโดยรวมดีขึ้น

กรดอะมิโนตามธรรมชาติ

เนื้อหอยตลับมีกรดกลูตามิก และไกลซีนสูง

เมื่อได้รับความร้อน หอยจะพ่นน้ำออกจากตัวน้ำนี้คือ “น้ำซุปธรรมชาติ”

ที่มีความเค็มอ่อนๆ และความหวานเข้มข้น

เนื้อสัมผัส

 เนื้อหอยต้องดูอิ่มน้ำ ไม่เหี่ยวแห้งหรือดูยุ่ย

เมื่อลองกดเบาๆ เนื้อควรจะคืนตัวได้ดี

เนื้อหอยตลับควรมีสีขาวอมครีม ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นคาวอ่อนๆ ของน้ำทะเล

เมนูสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและสากล

หอยตลับสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายรูปแบบ โดยมีหลักการสำคัญคือ “การใช้ความร้อนในระยะเวลาที่เหมาะสม” เพื่อไม่ให้เนื้อหอยหดตัวและเหนียว

คำแนะนำ: ควรบริโภคหอยตลับที่ปรุงสุก และมาจากแหล่งที่สะอาดได้มาตรฐาน

หอยตลับลวกจิ้ม

เมนูพื้นฐานที่พบได้ทั่วไปในชุมชนชายฝั่ง นำหอยตลับสดมาลวกจนสุกและรับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสจัด การปรุงอย่างเรียบง่ายช่วยคงรสชาติธรรมชาติและคุณค่าทางโภชนาการของหอยตลับ

คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับลวกจิ้ม

ส่วนผสม

  • หอยตลับสด 500 กรัม
  • น้ำสะอาด สำหรับลวก
  • ส่วนผสมน้ำจิ้มซีฟู้ด: พริกขี้หนู (ตามชอบ), กระเทียม 5-6 กลีบ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลเล็กน้อย, รากผักชี (ถ้ามี)

วิธีปรุง

  1. ล้างหอยตลับให้สะอาด: แช่น้ำเกลือเพื่อให้คายทรายประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
  2. ทำน้ำจิ้มซีฟู้ด: โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลตามชอบ พักใส่ถ้วยเตรียมไว้
  3. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดจนเดือดจัด ใส่หอยตลับลงไปลวกจนเปลือกเริ่มเปิด (ประมาณ 1-2 นาที)
  4. จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด

หอยตลับผัดน้ำพริกเผา

เมนูยอดนิยม นำหอยตลับมาผัดกับน้ำพริกเผา พริก กระเทียม และสมุนไพรไทย เช่น ใบโหระพาหรือใบกะเพรา สะท้อนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างกลมกลืน

คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับผัดน้ำพริกเผา

ส่วนผสม

  • หอยตลับ 500 กรัม
  • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกสดซอย (ตามชอบ)
  • ใบโหระพา หรือใบกะเพรา
  • เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำตาลเล็กน้อย, น้ำมันพืช

วิธีปรุง

  1. เจียวกระเทียม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวจนเริ่มมีกลิ่นหอม
  2. ผัดเครื่องแกง: ใส่น้ำพริกเผาลงไปผัดกับกระเทียมจนแตกมันและมีสีสวย
  3. ผัดหอยตลับ: ใส่หอยตลับลงไป เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลทรายตามชอบ
  4. ใส่สมุนไพร: เมื่อหอยเริ่มอ้าฝา ให้ใส่พริกสดซอยและใบโหระพา (หรือใบกะเพรา) ลงไป ผัดให้เข้ากันพอผักสลด
  5. จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน รับประทานร้อนๆ คู่กับข้าวสวย

ผัดฉ่าหอยตลับ

เมนูรสจัดที่ใช้สมุนไพรหลากหลาย เช่น กระชาย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูด พบได้ในพื้นที่ชายฝั่งและร้านอาหารพื้นบ้าน แสดงถึงการประยุกต์ใช้เครื่องเทศไทยอย่างเข้มข้น

คลิกเพื่อดูสูตร : ผัดฉ่าหอยตลับ

ส่วนผสม

  • หอยตลับ 500 กรัม
  • กระชายซอย
  • พริกไทยอ่อน
  • ใบมะกรูดฉีก
  • พริกสด และ กระเทียม
  • เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำมันพืช

วิธีปรุง

  1. เตรียมเครื่องผัด: นำพริกสดและกระเทียมมาโขลกพอหยาบเตรียมไว้
  2. ผัดเครื่องให้หอม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำพริกกระเทียมที่โขลกไว้ลงไปผัดจนมีกลิ่นหอมระอุ
  3. ผัดหอยตลับ: ใส่หอยตลับลงไปในกระทะ ผัดด้วยไฟแรงจนหอยเริ่มสุกและฝาเริ่มอ้า
  4. ใส่สมุนไพรผัดฉ่า: ใส่กระชายซอย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูดฉีกลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ ผัดเร็วๆ ให้เข้ากันจนสมุนไพรส่งกลิ่นหอม
  5. จัดเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน รับประทานร้อนๆ จะได้รสชาติเผ็ดร้อนจากสมุนไพรไทย

ซุปมิโซะหอยตลับ

เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ประยุกต์ใช้หอยตลับแทนหอยลาย นิยมในร้านอาหารญี่ปุ่น เน้นรสชาติอ่อนกลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการ

คลิกเพื่อดูสูตร : ซุปมิโซะหอยตลับ

ส่วนผสม

  • หอยตลับ 300 กรัม
  • มิโซะ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปดาชิ
  • เต้าหู้หั่นเต๋า
  • ต้นหอมซอย

วิธีปรุง

  1. ต้มน้ำซุป: ตั้งน้ำซุปดาชิให้เดือด ใส่หอยตลับลงไปต้มจนเปลือกหอยเริ่มอ้าออก
  2. ใส่เครื่องซุป: ใส่เต้าหู้หั่นเต๋าลงไป จากนั้นลดไฟลงเพื่อเตรียมใส่มิโซะ
  3. ละลายมิโซะ: ตักมิโซะใส่ตะแกรงหรือถ้วยแบ่ง ค่อยๆ ละลายกับน้ำซุปจนหมด แล้วคนให้เข้ากัน (ไม่ควรต้มมิโซะจนเดือดจัดเพราะจะเสียรสชาติและกลิ่นหอม)
  4. จัดเสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอมซอยก่อนเสิร์ฟขณะร้อนๆ

หอยตลับผัดเนยกระเทียม

เมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบตะวันตกกับอาหารทะเลไทย รสชาติหอมมันจากเนยและกระเทียม เหมาะสำหรับร้านอาหารหรือเมนูรับประทานง่าย

คลิกเพื่อดูสูตร : หอยตลับผัดเนยกระเทียม

ส่วนผสม

  • หอยตลับ 500 กรัม
  • เนยสด (ชนิดเค็มหรือจืดตามชอบ) 30 กรัม
  • กระเทียมสับละเอียด
  • พริกไทยดำป่น
  • เกลือเล็กน้อย
  • พาร์สลีย์สับ (สำหรับตกแต่ง)

วิธีปรุง

  1. ผัดเนยกระเทียม: ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อนถึงกลาง ใส่เนยลงไปพอละลาย จากนั้นใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนเหลืองหอม
  2. ผัดหอยตลับ: เร่งไฟขึ้นเล็กน้อย ใส่หอยตลับลงไปผัดคลุกเคล้ากับเนยกระเทียมจนหอยเริ่มสุกและอ้าฝาออก
  3. ปรุงรส: ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำตามชอบ (หากใช้เนยเค็มควรระวังปริมาณเกลือ)
  4. จัดเสิร์ฟ: โรยด้วยพาร์สลีย์สับเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและสีสัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
Scroll to Top